ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า

พม่า ได้เปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ  มาเที่ยวปัจจุบันนี้ไม่ต้องทำวีซ่าเพราะเป็นประเทศที่เข้าสู่ 10 ประเทศอาเซียน  พม่า เป็นเมืองที่อนุรักษ์วัฒนธรรมเก่าแก่ไว้อย่างเหนียวแน่น  ยึดมั่นในคำสอนในพุทธศาสนา วัดวาอารามมีมากมาย  มีพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง มีเมืองที่น่าท่องเที่ยว ชั้นในได้แก่ เมือง ย่างกุ้ง  หงสาวดี สิเรียม พุกาม มัณฑะเลย์ ตองยี ทะเลสาบอินเล  และที่เที่ยวชั้นนอก ได้แก่เชียงตุง  ปูเตา อาระกัน  มะริด มะละแหม่ง  พระธาตุอินทร์แขวน ไจก์ทิโย    และทางที่ติดกับไทย คือ ท่าขี้เหล็กตรงข้ามแม่สาย จ.เชียงราย เมียวดีตรงข้ามแม่สอด จ. ตาก พญาต่องซู ตรงข้ามด่านเกาะสองตรงข้ามท่าเรือ  จ. ระนอง มอร์ด่อง ตรงข้ามด่านสิงขร  จ. ประจวบคีรีขันธ์  การเดินทางยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในเรื่องความปลอดภัย  เรามาเที่ยวพม่าเป็นการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม  พาชมวัด นมัสการพระเจดีย์บรรจุพระบรมสาริกธาตุ และพระราชวัง  และพิพิธภัณฑ์ มาสัมผัสงานศิลปะ  ดูงานประเพณี และวิถีชีวิตของผู้คน ไม่เน้นเรื่องความสนุกบันเทิง   เรามาเที่ยวพม่าและเที่ยวชมดูสถานที่ศักดิ์สิทธิ์กันดีกว่า และมาดูว่ามีอาหารอะไรบ้างที่น่าทาน และเชิดหน้าชูตาของพม่ามาดูกันเลยดีกว่านะจ้ะ

1. มหาเจดีย์ชเวดากอง

 

1

มหาเจดีย์ชเวดากองนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า  มา2,000 ปี  อยู่ในบริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า   เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้าจำนวน 8เส้น  หนังสือ Guinness Book of Records            ได้จัดให้พระเจดีย์ ที่ชเวดากองเป็นสถานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก  มีความสูงถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต ลักษณะองค์เจดีย์ มีสีเป็นทองเหลืองอร่ามดูงดงาม วิจิตรตระการตาองค์เจดีย์มีแสงทองระยับรอบองค์ เพราะว่ามีทองคำน้ำหนักถึง  1,100 กิโลกรัม  โดยช่างพม่าได้นำทองคำแท้ๆมาตีเป็แผ่นหุ้มองค์เจดีย์ไว้ และยังประดับด้วยเพชรเม็ดใหญ่มีน้ำหนักถึง 76.6 กระรัต  การไปกราบไหว้สักการะเดินเข้าทางหน้าคือทิศใต้ จะพบสิงห์สองตัวสูง 30 เมตรเฝ้าทางเข้า ต้องถอดรองเท้าด้วยนะ  ไปกราบอธิษฐานขอพรจากองค์๕พระเกศาธาตุ   และที่นี่เมื่อมาถึงใครไม่ขอพรอะไรก็คงจะไม่ใช่แล้วเพราะเชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก มีภาพที่งดงามหาดูได้เมื่อแหงนมองขึ้นไปบนยอดองค์เจดีย์ จะเป็นแสงประกายเพชรระยิบระยับ บนยอดเจดีย์แห่งนี้  นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มาพม่าแล้วไม่ควรพลาดเหมือนมาไทยก็ต้องไม่พลาดกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ของไทยเช่นเดียวกัน เที่ยวเจดีย์ ชเวดากอง อยู่ที่ย่างกุ้ง บนสถานที่นี้ มีจุดที่น่าสนใจคือ มีรูปปั้นสัตว์เป็นสัญลักษณ์ประจำวันเกิด เมื่อสรงน้ำพระพุทธและรูปปั้นสัตว์เหล่านี้ จะสร้างความเจริญแก่ผู้สรงน้ำ  รดน้ำด้วยขันเล็กๆ จำนวนเท่าอายุ บวก 1  คนแก่เหลือ 5 ขัน ก็ได้  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มากราบสักการะทุกคนต้องถอดรองเท้า  ที่นี่เปิดถึง 4 ทุ่ม  ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวจะนิยมมาในตอนเที่ยง วัน เพราะจะได้เห็นสิ่งสวยงาม มากมาย อย่างคุ้มค่า และยังอิ่มบุญอีกด้วยทางขึ้นเจดีย์นี้ มีร้านขายของมีบันได104 ขั้น มีสินค้าให้เลือกซื้อส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการทำบุญและมีของที่ระลึกขาย   มาสถานที่ศักดิ์สิทธ์ที่พม่าถ้าเราลืมถอดรองเท้าจะมีแมวมองเด็กคอยวิ่งมาทักและนำถุงมาให้ใส่รองเท้าถือเข้าวัดด้วยที่เจดีย์ชเวดากองเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของพม่า เป็นสถานที่บรรจุพระเกศาธาตุ จำนวน 8 เส้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในอดีตประวัติความเป็นมาที่คนเล่าต่อกันมาคือ กษัตริย์พม่าเมื่อจะขึ้นครองราชย์ต้องทำนุบำรุงองค์เจดีย์ บางองค์ถวายทองคำเท่ากับ หรือมากกว่าน้ำหนักของพระองค์ เพื่อมาห่อหุ้มองค์มหาเจดีย์และรวมทั้งประดับด้วยนิล ทับทิม และบุษราคัม ที่ปลายยอดอีกด้วย

1.2

ในทุกๆเช้าเวลาตี 4 พระภิกษุ สามเณร แม่ชีชาวพม่า มาสวดมนต์ ทำสมาธิ ทำความสะอาดเจดีย์ก่อนการไปทำงาน และหลัง 6 โมงเย็นก็มาจนถึง 3 ทุ่ม ชาวพม่าก็มาสวดมนต์ ทำสมาธิ เหมือนในช่วงเช้า  ดูเหมือนว่าความศรัทธาอันแรงกล้าก็ไม่ไม่วันลดน้อยถ่อยไป เมื่อถามถึงความเคารพในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเวลานอนชาวพม่าที่ถือเคร่งครัดเขาจะไม่หันเท้าไปทางมหาเจดีย์ อย่างเด็ดขาดในอดีตที่ผ่านมาทหารชาวอังกฤษ ปกครองพม่าข้าหลวงได้เข้าเยี่ยมชมเจดีย์ไม่ยอมถอดรองเท้า ถือตนเป็นใหญ่ เป็นเหตุให้ชาวพม่าหมื่นกว่าคน  นอนคว่ำตามบันได เต็มไปหมดไม่ให้พื้นรองเท้ามีโอกาสได้สัมผัสพื้นได้เลย ต้องเหยียบร่างของชาวพม่าไปก่อน ทำอย่างนี้ ถือว่าเป็นการย้ำยี่คนพม่าจะถือเอาชีวิตเป็นเดิมพันข้าหลวงจำต้องยอมถอดรองเท้า เป็นเรื่องบอกเล่าที่ชาวพม่าภาคภูมิใจ เป็นอย่างมาก และยังคงรักษาวัฒนธรรม มาถึงปัจจุบัน  มาเที่ยวเจดีย์ ชเวดากองห้ามสูบบุหรี่ และกินหมาก  และคุณค่าของเจดีย์องค์นี้ ไม่ได้อยู่ที่ทองคำหนัก 23 ตัน หรือเพชร 72 กระรัต แต่อยู่ที่แรงศรัทธาอันแรงกล้าในพุทธศาสนา  ชาวพม่าและชาวบ้านธรรมดา จนถึงกษัตริย์ผู้สร้างบ้านแปงเมือง  เต็มใจมอบเพื่อบำรุงศาสนาต่างหากที่ประเมินค่าไม่ได้      ใครที่อยากเห็นเจดีย์ชเวดากองในช่วงที่สวยที่สุด   ให้ไปช่วง 4-5 โมงเย็น  แล้วลากยาวไปถึงพระอาทิตย์ตกดิน  จะเห็นแสงอาทิตย์ตกดิน ในยามที่แสงไฟมืดสนิท ชาวพม่ามาไหว้พระ ทำบุญ ทำสมาธิ  ในลานอธิษฐาน  ที่แห่งนี้ มาอธิษฐานขอพร ให้ได้รับชัยก่อนออกรบ แล้วได้ชัยชนะกลับมามาสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์ได้ที่มหาเจดีย์ ชเวดากอง

2.มหาเจดีย์ชเวซิกอง

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 2

มหาเจดีย์ชเวซิกอง เป็นที่บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า สร้างโดยพระเจ้า อโนรธามังช่อ มหาราชพระองค์แรก มีรูปทรงระฆังคว่ำแบบมอญ สีทองภายในมีหอผีนัต ที่ชาวพม่านับถือ ในเจดีย์มีภาพประวัติพุทธชาดกของพระพุทธเจ้า  และพระธาตุ 3 ส่วน คือ พระเขี้ยวแก้ว   พระนลาฎ (หน้าผาก)  พระธาตุกระดูกไหล่ เป็นมหาเจดีย์ที่ สำคัญรองมาจาก ชเวดากอง  แห่งเมืองพุกาม หรือเรียกว่าบากันมาเที่ยวที่เจดีย์นี้มาดูความมหัศจรรย์คือ ดูเหมือนว่าอยู่บนเนินเขาแต่จริงแล้ว อยู่บนพื้นราบ ไม่มีลวดยึดฉัตรไว้เลยแต่อยู่ได้ กระดาษที่นี้เมื่อทิ้งจะไม่ปลิวไปนอกบริเวณเจดีย์  เงาของเจดีย์ไม่เกินออกจากฐานล่าง  มีต้นพิกุลออกดอกตลอดปี มีฝนตกมากแต่น้ำไม่ขังในหน้าฝน  เมื่อเราตีระฆังด้านขวาด้านซ้ายจะไม่ได้ยิน มีเทศกาลจะไม่ได้ใส่บาตรเป็นคนแรกเหมือนมีเทวดาใส่บาตรก่อนหน้าแล้ว เราอธิบายความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์แห่งนี้ ต้องเตรียมดอกไม้ ทองคำ มาสักการะและถ้าไม่มาดูจะไม่เห็นความสวยงามต้องมาดูด้วยตัวเอง คะ

3.วัดอนันดา

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 3

เจดีย์อนันดาที่ พุกาม  เป็นไฮไลท์หลักของพุกามและได้รับการยกย่องว่าเป็น “เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม”   เป็นที่รวมของสถาปัตยกรรมการออกแบบขั้นสูงรวมไว้อยู่ด้วยกันคือศิลปะ แบบ อินเดีย ขอม พม่า เมื่อไทยเรามีอยุธยาเป็นที่อวดชาวต่างชาติและที่พม่าก็เหมือนกันมีเมืองพุกามเป็นที่เที่ยว ที่น่าสนใจ ไม่แพ้โบราณสถานที่แห่งอื่น   วัดอนันดาเป็นไฮไลท์ที่อยากให้มาเที่ยวชม มีการสร้างวัดที่เป็นสัญลักษณ์ของภูเขานันทมูลแห่งเทือกเขาหิมาลัย  โดยมีแรงบันดาลใจของพระเจ้าจันสิทธะ และ  โดยมีสถาปัตยกรรมจากอินเดียมาสร้างเป็นวัดและตั้งชื่อตามถ้ำที่พระสงฆ์ทั้งห้ารูปเคยใช้อยู่   ความงามของวัดอนันดา หากใครได้มาเยือนต้องบอกเลยว่าไม่ควรพลาดวัดแห่งนี้

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 3.2

ลักษณะที่วัดอนันดานี้ เป็นวัดสีขาว มองเห็นได้แต่ไกล  มีวิหารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ มีมุขเด็จยาวยืนออกไปทั้ง สี่ด้าน  และถ้าสังเกตจะเห็นว่าวิหารดูคล้ายกับไม้กางเขนแบบกรีก   มีพุทธูปไม้สักที่ประดิษฐานภายในวิหาร ทั้ง 4 ทิศมองไกลๆเหมือนท่านจะยิ้มแต่พอมองใกล้หน้าบึ้งตึง สังเกตดูคะ และมีรูปสลักฝาผนัง ที่งดงามมากรอบวิหาร  มีโอกาสอย่าพลาดมาชมความงามที่แห่งนี้คะมีของที่ระลึกขายด้วยคะ

4.วัดธรรมยางจี ที่พุกาม

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 4

ในการเดินทางมาเที่ยวพม่ามาดูวัดวาอารามที่มีชื่อที่สวยงามในเมืองแห่งทะเลเจดีย์ ที่เมืองพุกาม เรียกว่า “วิหารธรรมยางจี”เป็นการสร้างวิหารด้วยอิฐแดงเป็นล้านๆ ก้อน  ตั้งตระหง่านท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องก้อนอิฐสะท้อนเป็นสีส้มแดง ทำให้วิหารนี้ ดูยิ่งใหญ่สมคำล่ำลือ  เป็นลักษณะเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่ในเมืองพุกาม โดดเด่นด้วยอาคารทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส  ที่คล้ายกับวัด อนันดา มีมุขยื่นออกมาสี่ด้าน ที่วัดแห่งนี้ สร้างขึ้นโดยกษัตริย์นรา ยุ  วิหารมีอีกชื่อว่า กาลักยามิน (Kalagya Min)  อันหมายถึงกษัตริย์ที่ถูกฆ่าโดยพวกกาลาเรื่องราวต่างๆขอนำมาเล่าเกี่ยวกับวิหารนี้ คือ “ถ้าใครสร้างเจดีย์องค์ใหญ่เกินไปกษัตริย์แห่งพุกามองค์นั้นก็จะพบกับหายนะ “ ยาวนานจนกระทั่งมาถึง ยุคของ กษัตริย์นรปติสิธูครับ  องค์นี้ โหดมาก สั่งสังหารบิดาและพี่ชาย และเอาตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์แทน และสร้างเจดีย์แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อล้างบาปและประกาศว่าสิ่งปลูกสร้างต้องเนี๊ยบอิฐที่นำมาวางต้องแนบสนิทมากๆ ห้ามก้อนใดมีช่องเมื่อเอาเข็มมาจิ้มสอดระหว่างอิฐสองก้อนได้ นายช่างนั้นจะถูกตัดมือและประหารชีวิต ในที่สุดเคราะห์กรรมที่ทำกับทหารที่ได้สั่งประหารชีวิตธิดาแห่งอินเดียได้ให้ทหารอินเดียฆ่าพระเจ้า นรปติสิธู  เจดีย์แห่งนี้เลยสร้างไม่เสร็จซักทีมีแค่อิฐเปลือยไม่มีปูนฉาบ

 

ในการสร้างวิหารธรรมยางจีนี้ อาคารเป็นรูปกางเขนของกรีก ที่น่าอัศจรรย์คือเมื่อเข้ามาสัมผัสใกล้แล้วน่าทึ่งกับความประณีตบรรจงในแนวของอิฐแต่ละก้อนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน และที่น่าแปลกคือมีการก่อกั้นทางเดินไว้ระหว่างระเบียงนอกสู่ระเบียงด้านใน ไม่สามารถเดินผ่านได้ ไม่รู้เหตุผลในการก่อสร้าง แต่วิหารนี้มีความยิ่งใหญ่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากสนใจที่จะมาชมความอัศจรรย์ที่วิหารแห่งนี้เป็นจำนวนมาก บรรยากาศตอนเช้ามีชาวบ้านมาเลี้ยงฝูงแกะและแพะสภาพภูมิประเทศขมุกขมัวแห้งแล้งเป็นปราสาทคนบาปที่ชาวบ้านเรียกกัน มีทุ่งเจดีย์น้อยใหญ่ ภาพที่ออกมาก็ยังงดงามเหมือนภาพฝัน

5.วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี

วัดพระเขี้ยวแก้ว ที่พม่าเป็นวัดที่มีความสวยงามเป็นที่นิยมมาเยือนของนักท่องเที่ยวไม่ขาดสาย เรียกว่ามาแรงแซงทางโค้งเป็นวัดที่มีความสำคัญใครได้มาไหว้สักการะในชีวิตควรหาโอกาส

มาสักครั้ง ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวชมได้ชมความงามของสถาปัตยกรรม แบบพุกามโบราณเจดีย์แห่งนี้มีความสวยงามมาก ด้วยโครงสร้างที่ทรงปราสาทแบบแปดเหลี่ยมสะดุดตา ด้านบนเป็นทองคำแท้อร่ามตาเป็นอย่างมาก ควรถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกนะจ้ะ และเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของย่างกุ้ง อีกด้วยเข้ามาด้านในเจดีย์ ตรงบุษบกมีที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วมีสีทองเหลืองอร่ามสวยงามสง่าเป็นอย่างมาก ทางรัฐบาลพม่าได้มาจากศรีลังกา รอบบุษบกก็มีพระพุทธรูปองค์ปรางค์ต่าง ๆ เรียงกันหลายองค์ มาเที่ยวเรียกแท็กซี่ในย่างกุ้งมาสะดวกมาก

6.วัดกระบาเอ ย่างกุ้ง

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 6

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงย่างกุ้ง มีมากมาย เคยได้ยินวัดนี้ไหม วัดหรือเจดีย์ กาบาเอ(KaBa Aye Pagoda )วัดนี้ อยู่ที่เมืองย่างกุ้ง เป็นเจดีย์รูปทรงกลม มีทางเข้าทั้งหมด 5 ด้าน   นายกพม่านายอูนุ  เป็นนายกของพม่าคนแรก ได้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ชำระพระไตรปิฎก  สถานที่ทุกแห่งเป็นที่เกี่ยวข้องทางพระพุทธศาสนามาดูเจดีย์ที่นี้ก็แปลกตามีความสวยงาม  ความหมาย คือ โลกแห่งสันติสุข สร้างขึ้นในปี 1952      ที่เจดีย์แห่งนี้ มีการประชุมสภาสงฆ์ระดับโลก ครั้งที่ 6 เพื่อให้บังเกิดสันติสุขแก่ชาวโลกของพุทธศาสนา จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่หลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษเจดีย์แห่งนี้ถึงแม้จะไม่โดดเด่น

 

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 6.2

แต่มีที่น่าสนใจเพราะภายในองค์เจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ ลักษณะเจดีย์เป็นรูปทรงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางคือ 34 เมตร  มีพระอรหันต์สาวกองค์สำคัญ พระเจดีย์กาบาเอนั้นมีทางเข้า 5ทาง มีพระพุทธเจ้าที่ห่อหุ้มด้วยทอง 28 พระองค์ หมายถึง พระพุทธรูปที่อุบัติขึ้นแล้วในโลกนี้ และมีพระพุทธรูปองค์ประธานที่อยู่ข้างในหล่อด้วยเงินบริสุทธิ์มีน้ำหนัก กว่า 500 กิโลกรัม มาที่บริเวณนี้  ต้องถอดรองเท้า ถุงเท้า ถุงน่อง ถึงจะเข้ามาวัดได้ คนมาที่นี้ มาสักการะบูชา เขาไม่ใส่รองเท้ากัน  ร้อนเท้ามากแต่พอเดินเข้าไปความร้อนก็หายเย็นสบาย เปิดแอร์และสามารถจุดธูปเทียนด้านในได้เลย มีการขายธูปเทียนไหว้พระราคา 20 บาทเท่าบ้านเรา  มาเที่ยวเจดีย์แห่งนี้ถ้าหากอยากหมดเคราะห์ ตัดกรรม และโชคดีตลอดไป ที่พม่ามีทำพิธีรับพระธาตุต้องแจ้งล่วงหน้า ปัจจุบันทำพิธีรับพระธาตุจากอินเดีย โดยเจ้าหน้าที่จัดการให้ เพื่อเป็นสิริมงคลประวัติความเป็นมาของเจดีย์กาบาเอคือว่าในอดีตมีพระภิกษุมานั่งสมาธิที่แม่น้ำอิระวดี  มีชีปะขาวนำไม้ไผ่ที่จารึกมามอบให้พระภิกษุฝากมอบต่อให้ท่านอุนู เพื่อให้ท่านนายกพม่าทำนุบำรุงรักษาวัดให้เจริญมั่นคง ท่านอุนูได้รับไม้ไผ่นั้นไว้ตามคำบอกของชีปะขาว และมาการทำสังคายนาพระไตรปิฎกและอุทิศพระเจดีย์องค์นี้ให้เกิดสันติภาพในโลกและประเทศพม่าต่อไป มาพม่าแวะเที่ยวชมเจดีย์แห่งนี้สิคะ สวยงามจริงๆ

7.พระธาตุชเวมอด

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 7

พระธาตุตุมุเตาว่า ชเวมอดอหมายถึง มหาเจดีย์พระเจ้าทองคำ เป็นที่สำคัญเมืองหงสาวดี มีมาเป็นยาวนานกว่า 2,000 ปี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าคนพม่านิยมมานั่งสมาธิที่เจดีย์แห่งนี้คะเจดีย์แห่งนี้ในสมัยก่อนใช้เป็นที่เจาะพระกรรณของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้  และต่อมาพระเจ้าบุเรงนองได้สร้างฉัตรถวายจนพระธาตุสูงขึ้นอีกหลายเท่า และถ้าทำศึกครั้งใดต้องมานมัสการพระมหาธาตุนี้ก่อนทุกครั้ง และสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ได้มาตีพะโคได้มานมัสการด้วย ที่แห่งนี้เคยเกิดแผ่นดินไหวแต่น่ามหัศจรรย์คือยอดพระธาตุหักลงมาแต่องค์พระธาตุไม่หักลงถึงพื้นคนไทยและคนพม่าเชื่อว่าหากช่วงชีวิตตกต่ำเท่าไรก็ไม่ถึงที่สุดเพราะเปรียบเสมือนองค์พระธาตุที่หักแต่ไม่ตกต่ำถึงพื้น เมื่อมาไหว้ที่นี้แล้วชีวิตก็ไม่มีวันตกต่ำอย่างแน่นอนมาเที่ยวที่เจดีย์ชเวมอดอที่นี้วัยรุ่น หนุ่มสาวมานั่งสมาธิแตกต่างจากไทย ที่คนไทยแก่แล้วถึงเข้าวัดกัน  มาเมืองพม่าชาวพม่าเขายึดศาสนาพุทธเป็นที่สุดของเขาเลยทีเดียว

8.มหาคิรีนัต วัดตวงคาลัต

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 8

มหาคิรีนัต คือ เทือกเขาสูงตะหง่าน นอกเมืองพุกามออกไปราวหนึ่งชั่วโมง คือที่สถิตของนัตทั้ง 37 ตนตามความเชื่อของชาวพม่า อันเป็นวิณญาณศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่นับถือกันอย่างแพร่หลายก่อนที่ศาสนาพุทธจะมา ก่อนที่จะเข้ามาเผยแพร่ด้วย ที่ภูเขาโปปา มีความสูง ประมาณ 1,518 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลในอดีตเคยเป็นภูเขาไฟ แต่ปัจจุบันดับหมดแล้ว  ห่างเมืองพุกาม 50 กิโลเมตร  มีชื่ออีกชื่อว่า “ภูเขาดอกจำปา”  โดยรอบมีบ่อน้ำพุและลำธารเล็กๆ 200แห่ง  มีความเชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธ์ มีที่สิงสถิตของบรรดาเทวดาและ”นัต” ทั้งหลาย 37 ตนเป็นวิญญาณที่ตายไปไม่ไปสู่สุคติ ชาวบ้านนำเอารูปปั้นนัตมาหาเสื้อผ้าให้ใส่แล้วหาของมากราบไหว้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยปกป้องบ้านเมืองและสามารถขอสิ่งที่ต้องการได้ด้วยนักแสวงบุญพากันไปทำพิธีที่เดือนพฤษภาคม และเดือนมิถุนายน  เพื่อมาสักการะให้แก่นัตทั้งหลายช่วงคืนพระจันทร์เต็มดวง ถ้ามาที่นี้วัดตวงคาลัต มองเห็นได้แต่ไกล และยืนอยู่ที่แม่น้ำอิรวดี ห่าง 60 กิโลเมตร ยังได้เห็นรูปพรรณสัณฐานตามธรรมชาติที่สะดุดตา เวลาที่นักท่องเที่ยวมาต้องขึ้นมาบันไดที่ 777 ชั้น เพื่อไปวัดตวงคาลัต ที่อยู่มาบนสุดยอด โดยตลอดทางเต็มไปด้วยฝูงลิงกัง ขึ้นไปถึงมองเห็นวิวเมืองพุกามได้ทั้งเมือง  ลิงเจ้าถิ่นที่นี้เยอะมากคะ    มาเที่ยวพม่าไม่ควรพลาดกับยอดเขาโปปานะคะ

9.วัดไจ่ขะมี เมืองไจ่ขะมี

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 9

เป็นวัดกลางน้ำรัฐมอญ คนพม่าเรียกว่า สุ เคา ปนิ เย แล สัน ดอ ชิน มะยะ พะยาจี เป็นวัดที่คนพม่าเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ และมีพญานาคคุ้มครอง คนพม่าเชื่อว่าวัดนี้น่าอัศจรรย์ เพราะน้ำทะเลขึ้นมากขนาดไหนพระที่อยู่ตรงหอคอยกลางน้ำไม่เคยจมน้ำเลยที่เมืองมะละแหม่งวัดนี้อยู่ไม่ไกลกันเลย วัดและเจดีย์นี้ ยื่นลงไปกลางน้ำ และมีเจดีย์องค์ที่อยู่บนฝั่ง  มีพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในสี่องค์ ตามตำนานเล่าว่าเป็นทั้ง 4 องค์นี้พระพุทธรูปที่พระเจ้าอโศกมหาราชสร้าง และได้อธิษฐานจิตว่า ให้ลอยมายังที่ๆ ซึ่งพุทธศาสนาจะเจริญขึ้นในพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ ได้ถูกน้ำขึ้นแพที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวัสดุ 4 ชนิด เพื่อเอาพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์นี้ ลอยน้ำได้แก่แพไม้ , แพหิน, แพจีวร , และแพผ้าแพร และที่วัดแห่งนี้ คือองค์หนึ่งที่ลอยน้ำมาขึ้นที่ฝั่งนั่นเอง พระพุทธรูปที่ลอยน้ำมาได้มาขึ้นที่เมือง ทวาย ,ไจ๊ทิโย, โพนดอว์ปี และ ไจ๊คะวัดไจ่ขะมีนี้ มีอากาศดี ลมเย็นมากๆ  มาเที่ยวที่นี้ เจดีย์กลางน้ำ มีมุมให้อาหารปลา และมีจุดชมวิวที่เป็นเหมือนศาลเล็กๆ ที่มีทางเท้าเป็นปูนเดินไปในน้ำได้ ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับวัดเหมือนเกาะกลางวัดเจดีย์ที่กลางทะเลองค์เล็กๆ ที่ถูกสร้างโดยกษัตริย์มอญ 2 พี่น้องตั้งแต่พุทธกาลเพื่อบรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า  มาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ เวลาน้ำขึ้นจะเป็นช่วงที่สวยมาก แม้ว่าทะเลที่นี่จะเป็นน้ำสีขุ่น เนื่องจากในแถบนี้ เป็นแหล่งที่มีตะกอนปากแม่น้ำเลยทำให้ทะเลมีสีขุ่นขึ้น  แต่ก็เป็นข้อดีที่แถบนี้ มีแหล่งฝูงปลาชุกชุมเลยทีเดียว

ปักมุด 9 วัดดังใน พม่า 9.2

และจากจุดที่พระพุทธรูปนาคปรก ลอยมาขึ้นฝั่งที่นี้ ชาวเมืองพร้อมใจกันสร้าง วัดไจ๊คะมี  (Kyai Ka Mi Ye Le Pagoda) โดยนำองค์พระมาประดิษฐานไว้ที่วิหารกลางน้ำที่นี่   และในปีพ.ศ. 2501 ได้เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ตัววิหารเสียหายหมด แต่องค์พระยังอยู่รอดปลอดภัย ชาวบ้านได้ช่วยกันบูรณะใหม่ และนำองค์พระพุทธรูปองค์จริงบรรจุไว้ใต้ฐาน  และสร้างองค์จำลองขึ้นมาใหม่ที่เราเห็นในปัจจุบันใครมาเที่ยววัดแห่งนี้ ลงไปที่วัดต้องเดินจากฝั่งลงไป ซึ่งต้องถอดรองเท้ากันตั้งแต่บนฝั่งเลยระหว่างทางเท้าที่เดินมีสถานที่ปฎิบัติธรรม และทางฝั่งขวามือเป็นฐานขององค์เจดีย์ริมฝั่ง จะมีตลาดขายของที่ระลึกรวมถึงอาหารทะเลพื้นเมือง และวิหารซ้ายมือ มีอาคารที่มีประติมากรรมเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธประวิติ แบ่งเป็นห้องๆ ตามเรื่องราวพุทธประวัติในแต่ละตอนและมีพระพุทธบาทจำลองใหญ่ให้คนกราบไหว้และที่รอยพระพุทธบาทนี้ มีคนโยนเงินเอาไว้ทำบุญคล้ายๆ กับที่บ้านเราเลยครับ และฝาผนังเป็นจิตรกรรมสมัยใหม่  แสดงรูปพระพุทธเจ้าเสด็จจำพรรษาเพื่อแสดงธรรม โปรด

คนพม่าให้ความศรัทธากับพระพุทธเจ้าค่อนข้างมาก ทั้งเด็ก เล็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น มาทำบุญยิ่งเป็นวันพระคนมาวัดเยอะพอสมควรเลยคะ    ในที่วิหารกลางน้ำ วัดไจ๊คะมี ห้ามผู้หญิงขึ้นไปไหว้เด็ดขาด ผู้ชายไปไหว้ได้ ผู้หญิงให้ไปไหว้ที่ทางเดินเลี้ยวไปที่อาคารที่อยู่ด้านหน้าองค์พระ   เหตุที่ไม่ให้ผู้หญิงขึ้นไปไหว้พระเพราะว่ามีเหตุเพลิงไหม้เป็นอาเพศที่ผู้หญิงขึ้นมาที่วิหาร กรรมการเลยตั้งกฎห้ามผู้หญิงขึ้นไปบนวิหารที่พระพุทธรูปนาคปรกนี้ มีความน่าเกรงขามเคร่งขรึม

จริงจังมาก   ที่วัดไจ๊คะมี เป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศที่คนพม่านิยมไปเที่ยวกันค่อนข้างเยอะมากเลย หนุ่มสาวพม่าทาแป้งทานาคาเพียงอย่างเดียว ทั้งหญิงและชาย  ไม่ค่อยเห็นคนเป็นสิวเพราะเป็นเคล็ดลับผิวสวยของคนพม่ามาเที่ยวที่แห่งนี้ มีอาหารก่อนทางเข้าวัดบนริมฝั่ง ร้านขายของกินแผงลอย ร้านกิฟท์ชอปแผงลอยเล็กน้อย มานั่งทานข้าวกันเป็นครอบครัวคุณได้มาเที่ยวที่พม่าไม่ควรพลาดมาเที่ยวที่นี่นะคะ

พม่า เป็นประเทศม้ามืดที่ชาวต่างชาตินิยมามาเที่ยวกระแสการท่องเที่ยวมาแรงชาวต่างชาติชอบมาเที่ยวชมเจดีย์วัดเมืองเก่าที่เก่าแก่จริงๆ ที่คนพม่าภูมิใจในศิลปะ วัฒนธรรม ของเขา หากได้เดินทางมาเที่ยวเองหรือเป็นกรุ๊ป ก็ไม่น่ากลัว เที่ยวได้ตลอดปี อาหารก็คล้ายๆประเทศไทย  วัฒนธรรม  ความเจริญก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เป็นประเทศที่มีทรัพยากรที่นับว่ายังมีความสมบูรณ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์    มาเที่ยวพม่ามาดูความมหัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่อลังการกับมหาเจดีย์สิ่งปลูกสร้างที่หาดูไม่ได้ที่ไหนอีกแล้ว ที่เดียวที่พม่าเท่านั้น  ตอนนี้ขอตัวไปก่อนนะ สวัสดี!

www.premiumworldtour-khonkaen.com  ทัวร์พม่า

 

 

By |2018-08-12T08:45:22+00:00สิงหาคม 12th, 2018|บทควาท|0 Comments

Leave A Comment